บรรยายพิเศษ เรื่อง “สร้างความคิดเชิงบวก
เพื่อการทำงาน”โดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร
วันที่ 15 มกราคม 2560 เวลา 09.15-11.15
ณ ห้องประชุมอาคาร จปร.ชั้น ๑
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย
โครงการพัฒนาการเรียนการสอน : อบรมนักศึกษาก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบเขตของการบรรยาย
ขอบเขตของการบรรยายพิเศษในเรื่อง”สร้างความคิดเชิงบวก
เพื่อการทำงาน” ครอบคลุม 1.ความหมายของความคิดเชิงบวก
2.ความสำคัญของความคิดเชิงบวก 3.ข้อเสียของการมองโลกด้านลบ 4.
ข้อดีของการมองโลกด้านบวก 5.การมองโลกเชิงบวกทำให้ชีวิตมีความหวัง
6.ประโยชน์ของความคิดเชิงบวกต่อสุขภาพ 7.ลักษณะของบุคคลที่มีความคิดเชิงบวก 8.
ทักษะมองโลกในแง่ดี 9.วิธีคิดเชิงบวก 10.ความคิดเชิงบวกกับการทำงาน
11.การเสริมพลังด้วยความคิดเชิงบวกในการทำงาน 12. ความคิดเชิงบวกในทางพระพุทธศาสนา
เกริ่นนำ
จิตวิทยาเชิงบวก (อังกฤษ: Positive
psychology) เป็นสาขาย่อยใหม่ของจิตวิทยาที่ใช้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์และการแทรกแซงที่มีประสิทธิผล
เพื่อช่วยให้บุคคลมีชีวิตที่น่าพอใจ โดยสร้างความเจริญก้าวหน้าสำหรับบุคคล
ครอบครัว และชุมชนและค้นหาเสริมสร้างอัจฉริยภาพกับความสามารถเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขมากยิ่งขึ้น
ศาสตร์นี้เพ่งความสนใจไปที่การพัฒนาตนเองแทนที่การรักษาโรค
ซึ่งมักจะเป็นจุดสนใจของจิตวิทยาสาขาอื่น ๆ เป็นวิทยาการที่ค่อนข้างใหม่
งานประชุมครั้งแรกเกี่ยวกับศาสตร์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542
และงานประชุมสากล (International Conference on Positive Psychology) เกิดขึ้นครั้งแรกในปี
2546
งานศึกษาในศาสตร์นี้แสดงว่า
มีปัจจัยมากมายที่มีอิทธิพลต่อความสุขในชีวิต ความสัมพันธ์ทางสังคมกับคู่ชีวิต
ครอบครัว เพื่อน และเครือข่ายสังคมทางอาชีพ สโมสร หรือองค์กรทางสังคมอื่น ๆ
มีความสำคัญมาก ความสุขเพิ่มขึ้นเมื่อรายได้เพิ่ม
แต่ก็มีขีดสุดที่ไม่ทำให้ความสุขเพิ่มอีกต่อไป
การออกกำลังกายสัมพันธ์กับความเป็นสุขทางใจ เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตแบบมี flow
(คือประกอบกิจการงานด้วยสภาพทางใจที่มีสมาธิ ด้วยความยินดีพอใจ)
และการฝึกอบรมจิตใจ (เช่นการเข้าสมาธิ หรือการเจริญสติ)
จิตวิทยาเชิงบวกเป็นศาสตร์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วในโลกตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งศาสตราจารย์มาร์ติน เซลิกแมน ผู้เปรียบได้ว่าเป็นบิดาของศาสตร์ดังกล่าว
ได้ให้ความหมายว่าเป็นจิตวิทยาของชาวตะวันตกสมัยใหม่ที่ยึดเอาจุดแข็งของมนุษย์เป็นจุดหลักของการพัฒนา
เช่น การพัฒนาด้านคุณค่า สติรับรู้ในการปฏิบัติกิจต่าง ๆ การมองโลกในแง่ดี
การมีความหวัง และการมีความสุข
จิตวิทยาเชิงบวกจึงเป็นศาสตร์ใหม่ที่เน้นการพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษย์ให้มีความสุข
โดยมีพื้นฐานมาจากการพัฒนาตนเอง เป็นคนดี และมองโลกในแง่ดี
ทั้งยังเป็นศาสตร์ที่อาศัยสถิติและวิธีการทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
ที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้ ตลอดจนมีแนวทางปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
สำหรับ ความคิดเชิงบวก (อังกฤษ : Positive thinking) ที่นำมาบรรยายนี้
เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิทยาเชิงบวก
ความคิดเชิงบวก(Positive thinking) คืออะไร?
1.ความคิดเชิงบวก คือ ความพยายามหามุมมองที่แตกต่างกันออกไปจากมุมมองปกติที่เคยมอง
ให้เป็นบวก ให้เป็นประโยชน์กับชีวิตของเราเอง และเป็นประโยชน์กับชีวิตของคนอื่นด้วย
2.ความคิดเชิงบวก คือ
ท่าทีทางจิตซึ่งเป็นที่คาดหวังว่าจะเกิดผลที่ดีและน่าชื่นชอบ กล่าวอีกนัยหนึ่ง
ความคิดเชิงบวก คือ กระบวนการของสร้างความคิดที่จะไปก่อและทำการเปลี่ยนแปลงพลังงานให้เป็นความจริง
ความคิดเชิงบวกก่อให้เกิดความสุข ความมีสุขภาพดี และจุดหมายปลายทางที่มีความสุขในทุกสถานการณ์
3.ความคิดเชิงบวก คือ
ความคิดในเชิงสร้างสรรค์ ความคิดที่แสดงออกอย่างแน่ใจ(แน่นอน เด็ดขาด เชื่อมั่น)
ความคิดในแนวทางที่มั่นใจ ความคิดในเชิงยืนยัน หรือเป็นการยอมรับ
ความสำคัญของความคิดเชิงบวก
ความคิดเชิงบวก เป็นการหามุมมองที่บวก
มุมมองที่ทำให้เรานั้นมีแง่คิดที่ดี มุมมองที่ทำให้เรามีกำลังใจ
มุมมองที่ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น มีแรงจูงใจที่จะต่อสู้กับชีวิต ที่จะเผชิญชีวิต
หรือที่อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะฉะนั้น ถ้าเราคิดเชิงบวกได้ตลอดเวลา
แปลว่า สามารถมีความสุขอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและความสุข
ข้อเสียของการมองโลกด้านลบ
การมองโลกในด้านลบ
ไม่เพียงแต่ทำให้จิตใจร้อนรุ่มกระวนกระวายเท่านั้น
หากแต่ยังส่งผลกระทบให้สมองส่วนล่างเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางลบ คือ
ฮอร์โมนความเครียดหลั่ง หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดสูง กรดในกระเพาะสูง
ภูมิต้านทานต่ำลง
ข้อดีของการมองโลกด้านบวก
ในการมองโลกด้านบวก
จิตจะสั่งการสมองส่วนล่างด้วยคำสั่งอีกชุดหนึ่ง คือ ทำให้ฮอร์โมนความสุขหลั่ง
หัวใจเต้นช้าลง ความดันเลือดลดลง หายใจช้าลง และภูมิต้นทานสูงขึ้น
การมองโลกเชิงบวกทำให้ชีวิตมีความหวัง
การมองโลกเชิงบวก
จะช่วยให้ชีวิตมีความหวัง แม้ว่าพบพานอุปสรรคใหญ่หลวง ถือว่าเป็นการดีในเลว
หาโอกาสในวิกฤติ ซึ่งอาจทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่มีทางได้รับจากชีวิตที่ราบเรียบก็เป็นได้
ประโยชน์ของความคิดเชิงบวกต่อสุขภาพ
1.ทำให้อายุยืนยาว
2.ทำให้ความดันเลือดต่ำ
3.ทำให้ความเครียดลดลง
4.ทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี
5.ทำให้ลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
6.ทำให้มีทักษะเมื่อต้องเผชิญกับงานหนักและเมื่อเกิดความเครียด
ลักษณะของบุคคลที่มีความคิดเชิงบวก
1.มีความหวัง
-รู้สึกด้านบวกต่อเป้าหมายว่าจะสำเร็จได้
2.มองโลกในแง่ดี
-มีการคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีท่ามกลางอุปสรรคและปัญหา
3.มีความเชื่อมั่นในสมรรถนะของตน
-เป็นความมั่นใจในความสามารถของตน
4.มีความยืดหยุ่น
-เป็นความสามารถในการต้านทานและรับมือกับความเครียดและปัญหา
5.มีความฉลาดทางอารมณ์
-เป็นความสามารถในการควบคุมอารมณ์
มีจิตใจที่มั่นคง
ทักษะมองโลกในแง่ดี
1.มองหาแหล่งสนับสนุนอื่นๆ
-มีใครที่จะสามารถสนับสนุนช่วยเหลือได้อีกบ้าง
2. มองหาด้านบวก
-เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ได้เรียนรู้อะไร
3.มองหาเวลาสิ้นสุด
-เรื่องนี้คาดว่าจะบรรเทาลงได้เมื่อใดและสิ้นสุดลงเมื่อใด
4.มองผลกระทบ
-จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง และจะป้องกัน หรือบรรเทาผลกระทบได้อย่าไร
5. มองถึงการจัดการด้วยตนเอง
-มีอะไรที่เราพอทำได้บ้าง
เพื่อคลี่คลายปัญหาและผลกระทบ
วิธีฝึกคิดเชิงบวก
1.มองตัวเองว่า “มีดี”
2.มองคนอื่นว่าดี
ดึงความดีของคนอื่นออกมาชื่นชม
3.มองสิ่งที่เหลืออยู่
ไม่ใช่มองสิ่งที่ขาด
4.หมั่นบอกตัวเองให้คิดบวก
5.ใช้ประโยชน์จากคำ”ขอบคุณ”
ความคิดเชิงบวกกับการทำงาน
1.รู้สึกดีกับงานที่ทำอยู่
และมีความอยากที่จะทำงานนั้น
2.ไม่กลัวความล้มเหลว
เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ ทุกคนสามารถเรียนรู้และเข้าถึงปัญหาได้
3.เชื่อมั่นว่าสามารถทำงานนั้นได้
แม้ว่างานนั้นจะยากหรือเคยทำงานนั้นมาก่อน
4.เมื่อล้มเหลว ก็ให้บอกกับตัวเองว่า
เป็นประสบการณ์ของชีวิต
5.เชื่อว่าการคิดดี ทำดี
มีจิตสำนึกดีนั้น ทำได้ทันที
6.เชื่อว่าทุกคนมีส่วนดี
สนับสนุนให้นำส่วนดีแต่ละคนมาใช้ประโยชน์ต่อการทำงาน
7.เมื่อสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้
จะส่งผลหลายๆอย่างให้เรา
การเสริมพลังด้วยความคิดเชิงบวกในการทำงาน
1.ดูแบบอย่างจากคนอื่นที่ทำสำเร็จ
2.หลีกเลี่ยงการสมาคมกับคนมองโลกในแง่ร้าย
หรือแง่ลบ
3.สร้างกลุ่มเพื่อนที่มองโลกในแง่ดีหรือแง่บวก
4.ให้คำชมเชยจุดเด่นของผู้มาเยือน
5.เขียนบันทึกประจำวันเป็นประจำทุกวัน
6.หาคนที่สามารถพูดคุยอย่างเปิดอกได้อย่างสนิทใจ
7.เขียนจดหมาย/จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงเพื่อน
8.อ่านหนังสือ
9.ฝึกสมาธิ
ความคิดเชิงบวกในพุทธศาสนา
ความคิดเชิงบวกในพุทธศาสนา
1.ความคิดเชิงบวกใน ธรรมบท
ธรรมบท เป็นพระพุทธวจนะ รวบรวมไว้ในพระไตรปิฎก
ในส่วนที่น่าจะนำมาประยุกต์ใข้กับเรื่องความคิดเชิงบวก ก็คือ พระคาถาที่ 1 และ
พระคาถาที่ 2 ในส่วนของพระคาถาที่ 1 เป็นความคิดเชิงลบ ซึ่งมีผลออกมาในทางไม่ดี
ไม่งาม ส่วนพระคาถาที่ 2 เป็นความคิดบวก ซึ่งส่งผลในทางที่ดีงาม
พระคาถาที่ 1
มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา
มนสา เจ ปทุฏเฐน ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ ทุกขมันเวติ จักกัง วะ วหโต ปทัง.
ใจมาก่อน ใจประเสริฐสุด ทุกสิ่งสำเร็จจากใจ หากมีใจชั่ว(มีความคิดในเชิงลบ)
จะพูดหรือจะทำ ก็พลอยชั่วไปด้วย เมื่อพูดชั่วทำชั่วไว้แล้ว ก็จะมีแต่ทุกข์ตามตัวไป
เหมือนกับล้อเกวียน หมุนตามรอยเท้าโค
พระคาถาที่ 2
มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา
มนสา เจ ปสันเนนะ ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นัง สุขมันเวติ ฉายา ว อนุปายินี.
ใจมาก่อน ใจประเสริฐสุด ทุกอย่างสำเร็จจากใจ หากใจดีเสียแล้ว(มีความคิดเชิงบวก)
จะพูดจะทำ ก็พลอยดีไปด้วย เมื่อพูดดีทำดีแล้ว ก็จะมีแต่สุขติดตามตัวไป
เหมือนกับเงาติดตามตัว
2. ความคิดเชิงบวกของพระปุณณเถระ
พระปุณณเถระ ในครั้งพุทธกาล
เป็นตัวอย่างของผู้ที่คิดเชิงบวก (ประวัติของท่านดูใน ปุณโณวาทสูตร พระไตรปิฎก
เล่มที่ 14 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 6 มัชฌิมนิกาย
อุปริปัณณาสก์)
เมื่อตอนที่พระปุณณเถระต้องการจะไปอยู่ใน”สุนาปรันตชนบท” พระพุทธเจ้าได้ตรัสถาม และพระปุณณเถระกราบทูลดังนี้ว่า
“พวกชาวสุนาปรันตะนั้น
ดุร้ายหยาบคายนัก ถ้าพวกเขาด่าเธอ กล่าวโทษเธอ เธอจะคิดอย่างไร”
“ข้าพระองค์จะคิดว่า
พวกเขาด่า กล่าวโทษเรา ยังดีนักหนาแล้ว ที่เขาไม่ได้ทุบตีเราด้วยฝ่ามือ”
“ก็ถ้าพวกเขาทุบตีเธอด้วยฝ่ามือเล่า
เธอจะคิดอย่างไร”
“ข้าพระองค์จะคิดว่า
พวกเขาทุบตีเราด้วยฝ่ามือ ยังดีนักหนาแล้ว ที่ไม่ขว้างปาเราด้วยก้อนดิน”
“ก็ถ้าพวกเขาใช้ก้อนดินขว้างปาเธอเล่า
เธอจะคิดอย่างไร”
“ข้าพระองค์จะคิดว่า
พวกเขาขว้างปาเราด้วยก้อนดิน ยังดีนักหนาแล้ว ที่ไม่ทำรายเราด้วยท่อนไม้”
“ก็ถ้าพวกเขาทำร้ายเธอด้วยท่อนไม้เล่า
เธอจะคิดอย่างไร”
“ข้าพระองค์จะคิดว่า
พวกเขาทำร้ายเราด้วยท่อนไม้ ยังดีนักหนาแล้ว ที่ไม่ใช้อาวุธมีคมฟันแทงเรา”
“ก็ถ้าพวกเขาๆฟันแทงเธอด้วยอาวุธมีคมเล่า
เธอจะคิดอย่างไร”
“ข้าพระองค์ก็จะคิดว่า
พวกเขาฟันแทงเราด้วยอาวุธมีคม ยังดีนักหนาแล้ว ที่ไม่ฆ่าเราให้ตาย”
“ก็ถ้าพวกเขาเจตนาฆ่าเธอให้ตายเล่า
เธอจะคิดอย่างไร”
“ข้าพระองค์ก็จะคิดว่า
ภิกษุบางรูปของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่อึดอัดระอา
เกลียดชังร่างกายและชีวิตนั้นมีอยู่ จึงแสวงหาอาวุธฆ่าตัวตาย
แต่นี่เราไม่ต้องแสวงหาเลย ก็ได้ตายแล้ว”
“ดีละ ปุณณะ
เธอมีทมะ (การฝึกข่มใจในกิเลสตน) และอุปสมะ (ความสงบใจจากกิเลส) เช่นนี้
จะอยู่ในสุนาปรันตชนบทได้แน่”
หลังจากนั้น ภิกษุปุณณะก็เดินทางไป
จนกระทั่งถึงสุนาปรันตชนบท อยู่จำพรรษาในที่นั้น.
3. คำคิดเชิงบวก ในนิพนธ์ของท่าน พุทธทาสภิกขุ
นักปราชญาทางพุทธศาสนา อย่างเช่น
พุทธทาสภิกขุ ก็สอนให้คนใช้ความคิดในทางบวก ตัวอย่างเช่นคำนิพนธ์ของท่านที่บอกว่า “เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาแต่ดีเขามีอยู่ เป็นประโยชน์โลกบ้างช่างน่าดู
ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย” นี่ก็สอนให้ดูแต่ส่วนดี ถามว่ารู้ไหมว่าเขามีส่วนเลวรู้
แต่ไม่สนใจและไม่ให้ความสำคัญ เช่นบทต่อไปว่า “จะหาคนที่ดีเพียงส่วนเดียว
อย่าไปเที่ยวตามหาสหายเอ๋ย เหมือนค้นหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง”
4. ตัวอย่างความคิดเชิงบวกของ ว.วชิรเมธี (พระมหาวุฒิชัย
วชิรเมธี)
พระมหาวุฒิชัย
วชิรเมธี เป็นพระนักคิด นักเขียน ที่มีไฟแรง เป็นที่ชื่นชมของบรรดาญาติโยมในระดับหนุ่มสาวและชนชั้นกลาง
ท่านได้เขียนตัวอย่างเกี่ยวกับการคิดเชิงบวกเข้าไว้ เช่น
1.เวลาเจองานหนัก
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
2.เวลาเจอความทุกข์หนัก
-ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
3. เวลาเจอคำตำหนิ
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
4.เวลาเจอความผิดหวัง
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
5.เวลาเจอความป่วยไข้
-ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
6.เวลาเจอลูกหัวดื้อ
-ให้บอกตัวเองว่านี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
7.เวลาเจอแฟนทิ้ง
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ
8.เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว
-ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือประจักษ์พยานว่า ไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง
9. เวลา เจอภาวะหลุดจากอำนาจ
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความอนัตตาของชีวิต
และสรรพสิ่ง
10. เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน
ให้บอกตัวเองว่า
-นี่คืออุทาหรณ์ของ
ชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม
11. เวลาเจอคนเลว
-ให้บอกตัวเองว่านี่
คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
12. เวลาเจออุบัติเหตุ
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด
13.เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง
-ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”
14. เวลาเจอวิกฤต
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม
“ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”
15.เวลาเจอความจน
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต
16.เวลาเจอความตาย
-ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์
5.หลวงพ่อดีเนาะ ท่านเป็นผู้ที่มองอะไรในด้านบวกเสมอ
พระเดชพระคุณพระเทพวิสุทธาจารย์ แห่งวัดมัชฌิมาวาส อำเภอเมือง
จังหวัดอุดรธานี ได้สมัญญาจากญาติโยมว่า “หลวงพ่อดีเนาะ” เพราะท่านชอบพูดว่าดีเนาะ ท่านเป็นผู้ที่มองอะไรในด้านบวกเสมอ
วันหนึ่ง โยมมานิมนต์ท่านไปเทศน์ที่บ้าน บอกท่านว่าจะมารับแต่เช้า
หลวงพ่อก็นั่งรอจนสายโยมก็ไม่มาสักที
หลวงพ่อก็ว่า "ไม่มา ก็ดีเหมือนกันเนาะ
เราฉันข้าวของเราดีกว่า"
ฉันข้าวได้ไม่กี่คำ โยมก็มารับพอดี กราบกรานขอโทษที่มาช้า
เหตุเพราะว่ารถเสีย
หลวงพ่อวางช้อน "อือ ก็ดีเนาะ ไปฉันที่งานเนาะ"
นั่งรถไปได้สักพัก เครื่องรถก็ดับอีก คนขับบอก "รถเสียครับ"
หลวงพ่อก็ว่า "ดีเนาะ ได้หยุดพักชมวิวเนาะ"
คนขับซ่อมเครื่องรถได้พัก ก็ออกปากขอให้หลวงพ่อช่วยเข็นรถ
ความจริงหลวงพ่อก็แก่ ข้าวก็ฉันได้ไม่กี่คำ แต่ทานก็ยิ้ม บอกว่า
"โอ้ดีเนาะ ได้ออกกำลังเนาะ"
แล้วก็ขมีขมันออกแรงช่วยเข็นรถจนวิ่งได้
ไปถึงบ้านงาน เวลาเลยเที่ยง หมดเวลาฉันอาหารไปแล้ว เป็นอันว่า
วันนั้นหลวงพ่ออดข้าว เจ้าภาพก็ร้อนใจ
อะไรๆก็เลยเวลามานาน นิมนต์ท่านขึ้นเทศน์ทันที
"ดีเนาะ มาถึงก็ได้ทำงานเลยเนาะ"
หลวงพ่อว่าแล้วก็ขึ้นธรรมมาสน์เทศน์จนจบ มีคนชงกาแฟถวาย
แต่เผลอตักเกลือใส่แทนน้ำตาลหลวงพ่อจิบกาแฟไปหนึ่งคำ แล้วก็บอกโยมว่า
"โอ้ดีเนาะ ดีๆ" แล้วก็วาง
ธรรมเนียมของหลวงพ่อขลังๆ เวลาท่านฉันอะไร ลูกศิษย์ก็อยากได้บ้าง
ว่ากันว่าเป็นสิริมงคลดีนักเรียงหน้ารอกันเป็นแถว ลูกศิษย์คนแรก ดื่มกาแฟก็พ่นพรวดออกมา
"เค็มปี๋เลยหลวงพ่อ ฉันเข้าไปได้ยังไง!"
"ก็ดีเนาะ ฉันกาแฟหวานๆมานาน" หลวงพ่อว่า
"ฉันเค็มๆมั่งก็ดีเหมือนกัน"
ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก ลมแรง น้ำท่วม หรือคนด่า
หลวงพ่อท่านมองไปในแง่ดีได้หมด
มีลูกศิษย์ใกล้ชิดคนหนึ่งไปทำผิด ถูกจับไปติดคุก ท่านก็ว่า
"ก็ดีเนาะ มันจะได้ศึกษาชีวิต"